มทร.อีสาน เปิดศูนย์ TTM-CI รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยสมุนไพรไทยแห่งแรกของประเทศไทย

รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เปิดเผยว่า มทร.อีสาน ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายด้าน Food and Health โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภา มทร.อีสาน ได้มอบหมายนโยบายในการให้ความสำคัญในเรื่องการรักษาอาการเจ็บป่วย ด้วยศาสตร์ด้านแพทย์แผนไทยและการใช้พืชสมุนไพรไทยของคนในพื้นที่ภาคอีสาน ผ่านการดำเนินงานของโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสกลนคร (หลวงปู่แฟ๊บ สุภัทโท) ที่เป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการรักษาผู้ป่วยด้วยการแพทย์แผนไทย เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และวิจัยด้านสุขภาพแบบนวัตวิถี เมื่อประเทศไทยเกิดสภาวการณ์วิกฤตการระบาดของโรคติดต่อไวรัสโคโรนา (COVID-19)

มทร.อีสาน ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร เปิดให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 การนำองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและการใช้ยาสมุนไพรไทยเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้ชื่อศูนย์ดูแลในชุมชน (แผนไทย) : TTM-CI (TTM-CI : Thai Traditional Medicine – Community Isolation โดยได้รับเกียรติจากนายแพทย์ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 8 เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ฯ ดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 2564 ณ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย สกลนคร (หลวงปู่แฟ๊บ สุภัทโท) อ.พังโคน จ.สกลนคร

สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดในจังหวัดสกลนครมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ติดเชื้อมาจากต่างจังหวัดแต่ขอกลับมารักษาตัวที่ภูมิลำเนา และการติดเชื้อภายในจังหวัดและอำเภอต่างๆ เอง จึงต้องจัดเตรียมพื้นที่รองรับผู้ป่วยให้เพียงพอ ดังนั้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร จึงประสานขอความร่วมมือ มทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร โดยจัดตั้งศูนย์ TTM-CI ที่ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย สกลนคร (หลวงปู่แฟ๊บ สุภัทโท) เป็นที่รองรับผู้ป่วยโควิดของจังหวัดสกลนคร ที่ตรวจพบติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว แต่ยังไม่แสดงอาการ มีเพียงอาการไม่พึงประสงค์และไม่ใส่อุปกรณ์ช่วยชีวิต หากผู้ป่วยมีอาการหนักขึ้น (เชื้อลงปอด) จะส่งต่อไปที่อยู่ใกล้เคียงได้แก่  โรงพยาบาลพังโคน โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร หรือโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน

ในส่วนการรักษาอาการจากการติดเชื้อโควิด-19 ของศูนย์ TTM-CI นี้ จะเป็นการรักษาด้วยศาสตร์ด้านแพทย์แผนไทยบูรณาการร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบัน ตามแนวทางของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข โดยใช้สมุนไพรไทย อาทิเช่น ฟ้าทะลายโจร แก้ไข้ ระงับอาการอักเสบ ยาตรีผลา บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ยาปราบชมพูทวีป บรรเทาอาการไอ คัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ แก้ท้องอืดเฟ้อ  นอกจากนี้มีตำรับยาสมุนไพรอื่นๆ ได้แก่ ยาจันทลีลา ยาประสะจันทร์แดง ยาหอม นวโกศฐ ยาห้าราก ยาน้ำสาบานจากวัดคำประมง และตำรับยาจากหมอพื้นบ้าน โดยรักษาควบคู่ไปกับการบิโภคอาหารตามธาตุของผู้ป่วย โดยปรุงอาหารจากเครื่องเทศที่มีสรรพคุณต้านเชื้อโควิดและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค

รศ.ดร.โฆษิต กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้จัดเตรียมสถานที่โดยใช้พื้นที่อาคารผู้ป่วยนอก สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 50 เตียง มีบุคลากรทางการแพทย์จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร และ มทร.อีสาน มีกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัย และใช้ Social media ในการติดต่อประสานงาน หากจำนวนผู้ป่วยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น สามารถขยายไปอาคารผู้ป่วยในสามารถรับได้อีกกว่า 100 เตียง

อนึ่ง คณะทรัพยากรธรรมชาติ มทร.อีสาน มีโรงงานแปรรูปอาหาร และโรงงานผลิตยาสมุนไพรที่ได้มาตรฐาน มีการสอนนักศึกษาระดับปริญญาตรีและระดับปริญญาโท ในสาขาแพทย์แผนไทย และสาขาเกษตร จึงมีความพร้อมและศักยภาพการผลิตอาหารสุขภาพและยาสมุนไพรสำหรับผู้ป่วยโควิดได้ดี ทั้งยังมีนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ภายใต้มูลนิธิ BCL จำนวนกว่า 70 คน ที่สามารถผลิตวัตถุดิบอาหารและยาสมุนไพรได้อย่างต่อเนื่อง สร้างทักษะการเรียนรู้และใช้ประโยชน์ได้ทันสถานการณ์ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเป็นโมเดลต้นแบบของการพัฒนาระบบสุขภาพไทยอย่างครบวงจรและยั่งยืน รศ.ดร.โฆษิต กล่าวทิ้งท้าย

ข่าว : วารุณี กิตติสุทธิ์