สถาบันยานยนต์ไฟฟ้า มทร.อีสาน เร่งขับเคลื่อนความร่วมมือ “บ้านปู เน็กซ์” เดินหน้า BESS–Second-Life Battery สู่ Energy Box–Smart Campus Pilot Project ผนึก 3 พันธมิตรหลัก วางรากฐานระบบพลังงานอัจฉริยะของประเทศ

          วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา โดย รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มอบหมายให้สถาบันยานยนต์ไฟฟ้า มทร.อีสาน นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชูชัย ต.ศิริวัฒนา ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านยานยนต์ไฟฟ้า อาจารย์ ดร.ประจวบ อินระวงค์ ผู้ช่วยอธิการบดีและผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ไฟฟ้า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ติณกร ภูวดิน รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและแผน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ่งเพชร ก่องนอก รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษาและโครงการพิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย คล้ายคลึง ผู้อำนวยการศูนย์อบรมยานยนต์ไฟฟ้าและหัวหน้าสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และอาจารย์ ดร.นพณัฐ จิตกรียาน อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ให้การต้อนรับผู้แทน บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด นำโดย คุณสมโภช รวมสิน ดร.สุชาติ พันธุ์ไพศาล และคุณอุบลรัตน์ เดชอุดมถาวร ในโอกาสประชุมหารือเชิงลึกด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานสำรอง (Battery Energy Storage System: BESS) และการต่อยอดแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าแบบ Second-Life สู่โครงการต้นแบบ “Energy Box” ภายในมหาวิทยาลัย โดยการหารือครั้งนี้ถือเป็นการขับเคลื่อนเชิงระบบ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานอัจฉริยะอย่างครบวงจร ณ ห้องประชุมแคนา 9 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา

          การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนเชิงระบบ หลังจากที่มหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนระบบ BESS ขนาด 1 เมกะวัตต์ จากบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด เพื่อใช้เป็นแพลตฟอร์มการเรียนการสอนและการวิจัย ในการวางแนวทางเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และการพัฒนาโครงการ Smart Campus Energy Pilot Project ภายในมหาวิทยาลัย เป็นการกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ในการออกแบบระบบพลังงานใหม่ทั้งระบบ (Integrated Energy System) ภายใต้กรอบแนวคิด Smart Campus และ Green University ที่สามารถขยายผลสู่ระดับอุตสาหกรรมและระดับประเทศในอนาคต ซึ่งในเชิงหลักการ ระบบ BESS มิได้เป็นเพียงระบบสำรองไฟฟ้า แต่ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบพลังงานสมัยใหม่ ทำหน้าที่บริหารจัดการพลังงานตามช่วงเวลา เพิ่มเสถียรภาพแรงดันและความถี่ไฟฟ้า รองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และสนับสนุนการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ การมีระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ภายในมหาวิทยาลัย จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้สามารถพัฒนาเป็น “Living Energy Lab” หรือพื้นที่ทดลองเทคโนโลยีพลังงานจริง ที่เชื่อมโยงงานวิจัยเข้ากับการใช้งานภาคสนามได้โดยตรง โดยเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานสำรอง (Battery Energy Storage System: BESS) ประกอบด้วย

  1. ระบบ Battery Energy Storage System (BESS) ชนิด LFP แบบอยู่กับที่ (Stationary Battery) พิกัด 1 MWh จำนวน 1 ตู้คอนเทนเนอร์
  2. ระบบ BESS ชนิด NMC แบบเคลื่อนที่ได้ (Moveable Battery) พิกัด 40 kWh จำนวน 1 ตู้
  3. ระบบ BESS ชนิด NMC แบบเคลื่อนที่ได้ (Moveable Battery) พิกัด 80 kWh จำนวน 1 ตู้

 

         จากจุดเริ่มต้นของการรับมอบครุภัณฑ์เพื่อการศึกษาและการวิจัย วันนี้ สถาบันยานยนต์ไฟฟ้า มทร.อีสาน ได้ก้าวสู่ระยะ “วางระบบเชิงยุทธศาสตร์” โดยมุ่งพัฒนา BESS ให้เป็นมากกว่าระบบสำรองไฟฟ้า แต่เป็น แพลตฟอร์มวิจัยและทดสอบเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต (Energy R&D Platform) ที่เชื่อมโยง 4 มิติสำคัญ ได้แก่

  1. ระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ (BESS)
  2. การพัฒนา Second-Life Battery ตามแนวคิด Circular Economy
  3. ระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Energy Management System: EMS)
  4. โครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีอัดประจุ

หนึ่งในประเด็นสำคัญของการหารือ คือ การพัฒนา “Energy Box” ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบโมดูลพลังงานอัจฉริยะที่รวมระบบกักเก็บพลังงาน ระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) ระบบควบคุมความปลอดภัย และระบบเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าไว้ในหน่วยเดียว Energy Box จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางพลังงานระดับพื้นที่ (Micro Energy Hub) ที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังงานหมุนเวียน อาคารอัจฉริยะ และสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า ช่วยบริหารจัดการโหลดไฟฟ้า ลดค่าใช้จ่ายพลังงาน และเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระดับมหาวิทยาลัย

Second-Life Battery จากของเสียอุตสาหกรรม สู่ทรัพยากรพลังงานแห่งอนาคต

หนึ่งในหัวใจสำคัญของการหารือ คือ การวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพจากการใช้งานด้านการขับเคลื่อน แต่ยังคงมีศักยภาพในการกักเก็บพลังงาน เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ในระบบ BESS ภายในมหาวิทยาลัย แนวทางดังกล่าวไม่เพียงลดปริมาณขยะอุตสาหกรรมในอนาคต แต่ยังสร้างต้นแบบการจัดการแบตเตอรี่ครบวงจร ตั้งแต่การประเมินสมรรถนะ การคัดแยก การออกแบบระบบควบคุมความปลอดภัย ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าและอาคารอัจฉริยะ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว โครงการดังกล่าวจะครอบคลุมตั้งแต่การประเมินสมรรถนะของแบตเตอรี่ การออกแบบระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ใหม่ การทดสอบความปลอดภัย ตลอดจนการวิเคราะห์ประสิทธิภาพและอายุการใช้งานในบริบทของการใช้งานภาคสนาม ซึ่งจะเป็นฐานองค์ความรู้สำคัญรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

Smart Campus Energy Pilot Project บูรณาการพลังงาน–ดิจิทัล–ยานยนต์ไฟฟ้า

ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนบทบาทที่แตกต่างแต่เสริมพลังกันอย่างชัดเจนของทั้งสามภาคส่วน โดยมหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นฐานองค์ความรู้และพื้นที่ทดสอบเทคโนโลยีจริง พร้อมผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงด้านระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่ และยานยนต์ไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดโดยบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยี มาตรฐานอุตสาหกรรม และประสบการณ์เชิงพาณิชย์ ขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในฐานะหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ มีบทบาทในการให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคด้านการเชื่อมต่อระบบ BESS เข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และการประเมินผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบจำหน่ายไฟฟ้า การบูรณาการดังกล่าวจึงก่อให้เกิด “ระบบนิเวศพลังงานครบวงจร” ตั้งแต่งานวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี การทดสอบภาคสนาม การเชื่อมต่อโครงข่าย ไปจนถึงการต่อยอดเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) เป้าหมายเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ

          ภายในระยะเวลาอันสั้น สถาบันยานยนต์ไฟฟ้า มทร.อีสาน ได้ขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ทั้งการรับมอบระบบ BESS ขนาดใหญ่ การหารือเชิงลึกกับหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า และการวางแผนพัฒนาโครงการนำร่อง Smart Campus Energy Platform ความคืบหน้าเหล่านี้สะท้อนถึงการดำเนินงานเชิงรุกที่มีทิศทางชัดเจน พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยและสนับสนุนนโยบายระดับชาติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขยายผลสู่ระดับภูมิภาคและประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีไฟฟ้าแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน.

พนิตพิชา บวรรชฏเดชา ภาพ/ข่าว