มทร.อีสาน ร่วมลงนาม MOU กับสำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย หนุนวิจัย-นวัตกรรม Smart Farming ยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยไทยสู่ความยั่งยืน

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทั้ง 9 แห่ง เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านวิชาการ วิจัย และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร

ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการศึกษา วิจัย และพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายให้สอดคล้องกับนโยบายของประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพความหวานของอ้อยและน้ำตาลทราย การประยุกต์ใช้นวัตกรรมการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต รวมถึงการส่งเสริมแนวทาง Smart Farming เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมไทย

บันทึกความร่วมมือดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ สนับสนุนกิจกรรมร่วมกันในการเผยแพร่องค์ความรู้ และต่อยอดสู่ความร่วมมือในมิติอื่น ๆ โดยมีแนวทางสำคัญ ได้แก่ การเชื่อมโยงและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านอ้อยและน้ำตาลทราย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างหน่วยงาน การสนับสนุนกิจกรรมภายใต้กรอบภารกิจของแต่ละฝ่าย และการจัดกิจกรรมร่วมกันตามความเหมาะสม

ภายในงาน ยังมีการเสวนาหัวข้อ “อนาคตของอ้อยน้ำตาลไทย และความท้าทาย” โดยได้รับเกียรติจาก นายอำนวย ปะติเส อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายเอกรินทร์ ทองนอก รองผู้อำนวยการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย, รองศาสตราจารย์ ดร. วิรัตน์ วาณิชย์ศรีรัตนา นายกสมาคมนักวิชาการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย และผู้แทนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทั้ง 9 แห่ง ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางและความท้าทายของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยในอนาคต

การเข้าร่วมลงนามในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่มุ่งขับเคลื่อนองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนภาคการเกษตรไทยให้ก้าวสู่ระบบการผลิตสมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาว