มทร.อีสาน ต้อนรับ รองนายกฯ – รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่โคราช โชว์ 6 นวัตกรรมอัจฉริยะ ยกระดับหม่อนไหมไทยสู่ความยั่งยืน ผลักดัน “Smart Silk Innovation”สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 137 ล้านบาทต่อปี

          วันที่ 28 มิถุนายน 2569 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต  ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหารและนักวิจัย มทร.อีสาน ร่วมให้การต้อนรับ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในโอกาสเดินทางเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการและการสาธิตนวัตกรรม เทคโนโลยี และผลการดำเนินงานขยายผลการวิจัยและพัฒนาวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหม่อนไหม โดย กรมหม่อนไหม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้ให้การส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ณ อาคารอเนกประสงค์ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  จังหวัดนครราชสีมา

          ในการนี้  รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต  ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน ได้นำ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมชมนิทรรศการและความสำเร็จ ของ “โครงการ Smart Silk Innovation Project: เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับหม่อนไหมไทย สู่ความยั่งยืน” ซึ่งเป็นผลงานวิจัยที่ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนทุนวิจัยจากหลากหลายหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.), สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.), หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ซึ่งมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มาโนช ริทินโย อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะวิจัย เป็นผู้นำเสนอและสาธิตผลสำเร็จ โดยได้นำเสนอ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเด่น จาก”โครงการ Smart Silk Innovation Project: เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับหม่อนไหมไทย สู่ความยั่งยืน” จำนวน 6 ผลงาน ได้แก่

  1. ชั้นเลี้ยงหนอนไหมแบบตะแกรงถ่ายมูลเคลื่อนย้ายได้: ช่วยลดระยะเวลาเลี้ยงหนอนไหมเหลือเพียง 18 วัน ลดอัตราการตายได้สูงถึงร้อยละ 76.08 และลดความเมื่อยล้าทางกายภาพของเกษตรกร
  2. เครื่องสาวไหมประสิทธิภาพสูง: ยกระดับมาตรฐานเส้นไหมจากเกรด B สู่เกรด A ช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรต่อรอบเพิ่มขึ้นกว่า 2,460 บาท
  3. เครื่องฟอกและย้อมสีเส้นไหม: นำระบบไฟฟ้ามาประยุกต์ใช้แทนแก๊สหุงต้ม สามารถลดต้นทุนค่าพลังงานลงได้ถึงร้อยละ 78.35
  4. เครื่องตีเกลียวเส้นไหม: เพิ่มความเหนียวและความยืดหยุ่น สร้างรายได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 90.41 ต่อรอบ
  5. เครื่องค้นหูกเส้นไหม: เพิ่มความแม่นยำและช่วยลดเศษเส้นไหมเหลือทิ้งในกระบวนการทอผ้าได้มากถึงร้อยละ 93.78
  6. เครื่องค้นหมี่เส้นไหม: ลดความสูญเสียในกระบวนการผลิตลงร้อยละ 48.14 ต่อผืน และเพิ่มประสิทธิภาพความแม่นยำในการกำหนดความยาวเส้นไหม

          สำหรับ ผลงานวิจัยและนวัตกรรมทั้งหมดของ มทร.อีสาน ถือเป็นต้นแบบความสำเร็จของการนำ “เทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology)” มาใช้แก้ปัญหาและตอบโจทย์เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา มทร.อีสาน ได้ส่งมอบเครื่องจักรและอุปกรณ์นวัตกรรมให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ไปแล้วกว่า 103 ชุด มีเกษตรกรได้รับประโยชน์โดยตรง 890 คน และสามารถพลิกฟื้นเพิ่มรายได้เฉลี่ยให้แก่เกษตรกรอย่างก้าวกระโดด จากเดิม 5,500 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นเป็น 12,900 บาทต่อเดือน สร้างมูลค่าหมุนเวียนทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นรวมกว่า 137 ล้านบาทต่อปี ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

          มทร.อีสาน ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำด้านเทคโนโลยี มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าบูรณาการงานวิจัยร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสู่ชุมชน ขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง ยั่งยืน และสามารถแข่งขันได้ในระดับสากลต่อไป