อธิการบดี มทร.อีสาน ในฐานะประธาน ทปอ.มทร.  ร่วมเวทีเสวนา “อนาคตการศึกษาไทย” เสนอแนวทางเชื่อมการศึกษาทุกระดับ สู่การพัฒนากำลังคนตรงความต้องการประเทศ

วันที่ 12 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน และประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) เข้าร่วมเป็นวิทยากรในการเสวนาทางวิชาการ หัวข้อ “อนาคตการศึกษาไทย ภายใต้ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ : มุมมอง ข้อถกเถียง และข้อเสนอเชิงนโยบาย” ณ ห้องประชุมประชานารถ อาคาร 6 ชั้น 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เขตพื้นที่จักรพงษภูวนารถ พร้อมถ่ายทอดผ่านระบบออนไลน์ Zoom, Facebook Live และ YouTube Live โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษ

การเสวนาครั้งนี้มีผู้ร่วมเสวนาจากหลากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อศิคร เนาวานนท์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย (ทปอ.มรภ.), รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.), ดร.วลิสทธิ์ ใจเถิง ประธาน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย และ ดร.ศรประภา สิริภัทรวิช ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อาทิตย์ โพธิ์ศรีทอง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นผู้ดำเนินรายการ

สำหรับประเด็นการเสวนาในส่วนของ รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร มุ่งนำเสนอมุมมองในมิติของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยง การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษาสายเทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาช่องว่างทักษะ (Skill Gap) และพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ

สาระสำคัญเสนอให้ประเทศไทยปรับระบบการศึกษาจากการดำเนินงานแบบแยกส่วน (Education Silo) ไปสู่ระบบพัฒนากำลังคนที่เชื่อมโยงต่อเนื่องตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา ภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล สามารถทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” จากทักษะวิชาชีพไปสู่ทักษะเทคโนโลยีขั้นสูง วิชาชีพ นวัตกรรม และการเป็นผู้ประกอบการ 

นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางสำคัญในการสร้างระบบการศึกษาไร้รอยต่อ (Seamless Education) ผ่านการเทียบโอนหน่วยกิต การลงทะเบียนข้ามระดับ และการออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รวมถึงการพัฒนาระบบ One Skill One Credit, Skill Passport, Micro-credentials และ Credit Bank เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสะสมและรับรองทักษะ นำไปต่อยอดการศึกษาและการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง 

ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมควรเข้ามามีบทบาทตั้งแต่การกำหนดทักษะ ออกแบบหลักสูตร จัดการเรียนรู้ ร่วมประเมินสมรรถนะ ตลอดจนสร้างเส้นทางการจ้างงาน เพื่อให้การผลิตกำลังคนตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและตลาดแรงงานอย่างแท้จริง 

ในระดับภูมิภาค มทร. ยังสามารถยกระดับบทบาทสู่ RMUT Regional Technology & Skill Hub เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและกำลังคนของพื้นที่ เชื่อมโยงความเชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้าและการเดินทางอัจฉริยะ ระบบรางและโลจิสติกส์ เกษตรอัจฉริยะ เศรษฐกิจ BCG รวมถึงดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ พร้อมเชื่อมโยง มทร. ทั้ง 9 แห่งเป็นเครือข่ายเทคโนโลยีและทักษะแห่งชาติ 

ทั้งนี้ แนวคิดสำคัญของการเสวนาคือการเปลี่ยนจากการแก้ปัญหา Skill Gap เมื่อเกิดปัญหาแล้ว ไปสู่การบริหารจัดการ Skill Pipeline โดยใช้ข้อมูลคาดการณ์ทักษะที่ประเทศและภูมิภาคต้องการ ออกแบบและพัฒนากำลังคน ส่งต่อเข้าสู่การทำงาน ติดตามผล และนำข้อมูลกลับมาใช้ในการวางแผนรอบใหม่ 

รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร ยังเสนอให้บทบาทของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลในอนาคตขยับจากการเป็นเพียง “ผู้ผลิตบัณฑิต” ไปสู่ “แพลตฟอร์มพัฒนากำลังคน เทคโนโลยี และนวัตกรรม” ที่เชื่อมโยง Education–Skill–Technology–Industry–Employment เข้าด้วยกัน เพื่อให้เป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษาไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้สำเร็จการศึกษา แต่เป็นการสร้าง “คนมีสมรรถนะ ประเทศมีกำลังคนตรงกับความต้องการ อุตสาหกรรมมีผลิตภาพ และประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขัน” 

เวทีเสวนาดังกล่าวจึงนับเป็นพื้นที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้แทนภาคการศึกษาทั้งระดับมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล การศึกษาขั้นพื้นฐาน และนักวิชาการ เพื่อร่วมกันเสนอแนวทางการปฏิรูปการศึกษาไทยให้สามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้กับการพัฒนาทักษะและความต้องการของตลาดแรงงาน อันจะนำไปสู่การพัฒนากำลังคนและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต