
วันที่ 29–30 ตุลาคม 2569 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน มอบหมายให้ รองศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต กฤตาคม รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย พัฒนานวัตกรรม และบริการวิชาการ เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาทักษะสร้างสรรค์อาหารถิ่นอีสานเพื่อสุขภาวะด้วยวิทยาศาสตร์ประสาทสัมผัสและกลิ่นรส (Science of Zab → Isan Zab Wellness & Gastronomy Tourism Bootcamp) จัดโดย สถาบันอาหาร ร่วมกับ มทร.อีสาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภาธิณี กรสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันบริการวิชาการและพัฒนาเอสเอ็มอีชุณหะวัณ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ทั้งนี้ มีเจ้าของร้านอาหาร พ่อครัว และแม่ครัว เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์เมนูอาหารอีสานให้มีคุณค่าต่อสุขภาพ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหาร ณ โรงแรมแคนทารี โคราช ห้องประชุมลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา



ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) โดยมีวัตถุประสงค์มุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการร้านอาหารในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ให้สามารถนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ประสาทสัมผัสและกลิ่นรสมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์เมนูอาหารอีสานที่มีคุณค่าต่อสุขภาพ โดยยังคงเอกลักษณ์ รสชาติ และอัตลักษณ์ของอาหารท้องถิ่น พร้อมต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจและการท่องเที่ยวเชิงอาหารเพื่อสุขภาวะ สำหรับเนื้อหาการอบรม มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ประสาทสัมผัสและกลิ่นรส (Sensory Science & Flavor) เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจองค์ประกอบของรสชาติและกลิ่นรสอาหาร รวมถึงเรียนรู้เทคนิคการปรับสมดุลรสชาติและลดปริมาณหวาน มัน และเค็ม โดยไม่ลดทอนความจัดจ้านและความอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารอีสาน ตลอดจนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเมนูอาหารที่มีคุณค่าต่อสุขภาพและสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนาเมนูอาหารให้มีเอกลักษณ์และจุดขายที่ชัดเจน ผ่านการกำหนดคุณค่าและเรื่องราวของเมนู การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย การสื่อสารคุณประโยชน์ด้านสุขภาพ และการนำเสนอแนวคิดผลิตภัณฑ์ผ่านเครื่องมือที่ช่วยในการออกแบบและพัฒนาเมนู เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างความแตกต่างให้กับร้านอาหาร เพิ่มโอกาสทางการตลาด และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงอาหารเพื่อสุขภาวะ (Wellness Gastronomy Tourism)














