มทร.อีสานโพล เผย ปชช.โอดค่าครองชีพสูง หวังรัฐบาลช่วยตรึงราคาแก้ปัญหาโดยด่วน

มทร.อีสาน โดย คณะบริหารธุรกิจ จัดทำ มทร.อีสานโพล สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อ “ค่าครองชีพของประชาชนในยุคโควิด-19” จากประชาชนจำนวน 732 รายทั่วประเทศ จากช่วงเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2565 พบว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์โอไมครอนมีอัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างมาก อีกทั้งสินค้าอุปโภค/บริโภคทยอยขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในขณะที่รายได้ยังคงเท่าเดิม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตของประชาชนอีกด้วย

จากการสำรวจสถานการณ์ทางการเงินในแต่ละเดือนของแต่ละราย ผลปรากฎว่า ร้อยละ 37.7 รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ร้อยละ 25.4 รายได้แบบเดือนชนเดือน หรือมีเงินออมเพียงบางเดือน และมีเพียงร้อยละ 10.2 เท่านั้นที่ยังคงมีเงินเหลือออมได้เพียงพอทุกเดือน ซึ่งสถานการณ์ทางการเงินที่กล่าวมานั้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากปัญหาด้านการปรับขึ้นราคาสินค้าที่ประชาชนมองว่า ร้อยละ 87.7 เทคะแนนให้การขึ้นราคาของ เนื้อไก่/ไข่ ส่งผลกระทบมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 82.4 คือ น้ำมันเชื้อเพลิง ร้อยละ 71.7 ค่าสาธารณูปโภค และ ร้อยละ 70.9 ราคาอาหารตามร้านอาหาร ตามลำดับ โดยผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นยังส่งผลให้ประชาชนมีเงินออมน้อยลง รวมถึงเกิดความเครียดและเสียสุขภาพจิตอีกด้วย

หลังจากที่โครงสร้างทางเศรษฐกิจเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ประชาชนเริ่มมีการปรับตัวและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการลดปริมาณการใช้จ่าย มีการวางแผนการใช้จ่ายมากขึ้น ซื้อสินค้าอื่นที่สามารถทดแทนกันได้ หารายได้เสริม และเริ่มผลิตเครื่องอุปโภค/บริโภคด้วยตนเอง เช่น การปลูกผักสวนครัว ทำอาหารทานเองที่บ้าน เป็นต้น นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา อันดับแรก คือ การควบคุมหรือตรึงราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคไว้ในราคาที่เหมาะสม รองลงมา คือ ปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ และตรึงราคาน้ำมันเพื่อลดต้นทุนในการขนส่ง ตามลำดับ

อย่างไรก็ตามในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ มทร.อีสาน ขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชนทุกคนในการดำเนินชีวิตไปได้อย่างปลอดภัย ซึ่งแน่นอนว่ายังคงต้องมีการป้องกันตนเอง ไม่ประมาทการ์ดไม่ตก ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งระหว่างที่รอรัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหา ประชาชนเองอาจต้องเริ่มปรับเปลี่ยนมุมมองในการดำเนินชีวิต ลดการใช้จ่ายฟุ้มเฟือยสำหรับสิ่งของที่ไม่จำเป็นหรืออาจต้องมีมาตรการรัดเข็มขัดด้วยการวางแผนควบคุมรายรับรายจ่ายเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการใช้จ่ายช่วงนี้ได้มากยิ่งขึ้น หรืออีกวิธีที่อาจสามารถนำมาใช้ในสถานการณ์นี้ได้คือการอยู่อย่างพอเพียงแบบเพียงพอ ซึ่งที่สำคัญนั้นประชาชนควรแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งนำมาเก็บออมในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเป็นทุนสำรองหมุนเวียนไว้ใช้จ่ายในอนาคตด้วย

จิตสุภา ประหา /ข่าว
คณะบริหารธุรกิจ /ภาพ