













วันที่ 10 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นำโดย นางสุวรรณี คำมั่น อุปนายกสภามหาวิทยาลัยฯ และ รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากรและนักศึกษา มทร.อีสาน ให้การต้อนรับ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ในโอกาสบรรยายพิเศษ “เรื่องเล่าจากแนวหน้า และการรักษาอธิปไตยของชาติ”ณ หอประชุมวทัญญู ณ ถลาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษาทหาร และนักศึกษาจากทั้ง 5 วิทยาเขตของ มทร.อีสาน เข้าร่วมรับฟังภายในหอประชุมกว่า 3,000 คน และมีการถ่ายทอดบรรยากาศจากห้องประชุมไปยังวิทยาเขตเพื่อรับฟังการบรรยายพร้อมกัน โดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังทั้งสิ้นกว่า 30,000 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชาวราชมงคลอีสาน ในการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
การบรรยายในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านความมั่นคงของประเทศ และเสริมสร้างแนวคิดเกี่ยวกับบทบาทของประชาชนไทยในการร่วมพัฒนาประเทศให้มั่นคงและยั่งยืน โดยการบรรยากาศเป็นไปอย่างเข้มข้นและได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ภายในงาน มหาวิทยาลัยได้จัดริ้วขบวนเกียรติยศผสมระหว่างกำลังพลนักศึกษาทหารและนักศึกษา มทร.อีสาน เพื่อให้การต้อนรับแม่ทัพภาคที่ 2 อย่างสมเกียรติ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมฟังการบรรยายยังได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่านแม่ทัพภาคที่ 2 ในช่วงกิจกรรม “คำถามจากทางบ้าน ถึงแนวหน้า” ภายในงานยังเต็มไปด้วยความประทับใจเมื่อ พลโทบุญสิน พาดกลาง ได้ร่วมร้องเพลงชาติและเพลงบ้านเกิดเมืองนอน สร้างบรรยากาศแห่งความรักชาติและความผูกพันต่อบ้านเกิดเมืองนอนให้แก่ผู้เข้าร่วมงานทุกคน และในโอกาสนี้ นางสุวรรณี คำมั่น อุปนายกสภามหาวิทยาลัยฯ ได้มอบโล่เชิดชูเกียรติ และ รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน ได้มอบของที่ระลึกเพื่อแสดงความขอบคุณแก่ พลโทบุญสิน พาดกลาง และร่วมถ่ายภาพที่ระลึกเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมืออันดียิ่งระหว่างมหาวิทยาลัยฯและกองทัพภาคที่ 2









ทั้งนี้ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวอย่างหนักแน่นหลังจากการบรรยายพิเศษว่า “กองทัพภาคที่ 2 เห็นว่า การลงทุนทางการศึกษาคือการสร้างฐานรากที่มั่นคงให้กับประเทศ การมีบุคลากรที่มีระเบียบวินัยและความรู้ควบคู่กันนั้น เป็นสิ่งจำเป็นในยุคที่ความมั่นคงไม่ใช่แค่เรื่องเขตแดน แต่รวมถึงเศรษฐกิจ เทคโนโลยี นวัตกรรม ดิจิทัล สิ่งแวดล้อม และสังคม “การสร้างความมั่นคงในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่แค่เรื่องอาวุธหรือยุทธศาสตร์ทางทหาร แต่คือการสร้าง ‘คน’ ที่มีคุณภาพ มีวินัย และมีความรู้ความสามารถ โครงการนี้จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ด้านความมั่นคงเชิงปัญญา ซึ่งจะช่วยเสริมเกราะให้ประเทศด้วยกำลังพล ที่พร้อมทั้งร่างกายและสติปัญญา ‘1 กองบัญชาการ 1 สถานศึกษา’ พัฒนาคน พัฒนากองทัพ พัฒนาชาติ คือ โมเดล ของความมั่นคงเชิงปัญญา ที่จะสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นทั้งคนดี คนเก่ง และคนกล้า พร้อมกลับไปพัฒนาท้องถิ่นด้วยหัวใจที่รักชาติอย่างแท้จริง กองทัพพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับ มทร.อีสาน อย่างเต็มกำลัง ทั้งในด้านนโยบาย ทรัพยากร และกำลังพล สนับสนุนนโยบายทหารสมัครใจ ผ่านโครงการ ‘1 กองบัญชาการ 1 สถานศึกษา’ พัฒนาคน พัฒนากองทัพ พัฒนาชาติ อย่างเป็นรูปธรรม
พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “การรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติ ไม่ใช่หน้าที่ของทหารเพียงฝ่ายเดียว แต่คือความรับผิดชอบร่วมกันของประชาชนทุกคน การสร้างสังคมที่มั่นคงและยั่งยืนจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงเยาวชนและนักศึกษา ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต”
ด้าน รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เปิดเผยว่า โครงการ “1 กองบัญชาการ 1 สถานศึกษา” พัฒนาคน พัฒนากองทัพ พัฒนาชาติ ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับทหารกองประจำการและบุตรกำลังพล โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีรากฐานการพัฒนาคนด้านวิชาชีพ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในภาคอีสาน มาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ริเริ่มโครงการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 การดำเนินงานเป็นไปอย่างเป็นระบบ โดยมีการจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานโครงการ“1 กองบัญชาการ 1 สถานศึกษา” อย่างเป็นทางการ ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างทั้งสององค์กร ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่าง มทร.อีสานกับกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ภายใต้โครงการ “1 กองบัญชาการ 1 สถานศึกษา” นั้น ไม่ได้เป็นแค่โครงการเพื่อเพิ่มวุฒิการศึกษาเท่านั้น แต่เป็นการสร้าง ‘ระบบนิเวศทางการศึกษา’ ระหว่างมหาวิทยาลัยกับกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 เราต้องการเห็นทหารและครอบครัวกำลังพล ได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและสามารถนำความรู้ไปต่อยอดในหน้าที่ราชการ การประกอบอาชีพ หรือการพัฒนาชุมชน และประเทศชาติ ในอนาคต มหาวิทยาลัยฯ ไม่ได้มุ่งแค่การผลิตบัณฑิตที่มีวุฒิการศึกษา แต่เราต้องการผลิต ‘บัณฑิตนักปฏิบัติ’ ที่มีวินัย มีความรู้จริง มีทักษะพร้อมใช้ และมีจิตอาสา พร้อมกลับไปพัฒนาชุมชน และประเทศชาติให้มีความเจริญ มั่นคง และยั่งยืนตามลำดับ ความร่วมมือกับกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 จึงไม่ใช่แค่การให้โอกาสทางการศึกษา แต่เป็นการร่วมกันสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นการบูรณาการพันธกิจด้านการศึกษา วิจัยพัฒนา ความมั่นคง และการพัฒนาท้องถิ่นอย่างแท้จริง
รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เปิดเผยต่อไปว่า ในปีการศึกษา 2568 มีกำลังพลจากกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ร่วมโครงการจำนวน 3 รุ่น มากกว่า 200 นาย ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพภาคที่ 2 และลงทะเบียนเข้าเรียนในสาขาวิชาที่สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะเชิงเทคนิค เทคโนโลยี นวัตกรรม และการบริหารจัดการ ได้แก่ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับปริญญาตรีขึ้นไป โดยรูปแบบการจัดการเรียนการสอนมุ่งเน้นภาคปฏิบัติมากกว่าภาคทฤษฎี โดยใช้ศูนย์กลางของทั้ง 5 วิทยาเขตของมหาวิทยาลัยฯ เป็นฐานปฏิบัติการในการจัดอบรม จัดกิจกรรมเสริม และฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ พร้อมวางระบบการนิเทศและติดตามผลอย่างเข้มงวด
มทร.อีสาน และกองทัพภาคที่ 2 พร้อมขยายศูนย์ประสานงานให้ครอบคลุมทั้งภาคอีสาน สร้างหน่วยการศึกษาภายในกองทัพ และพัฒนาหลักสูตรใหม่ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ดังปณิธานที่ตั้งมั่นไว้ว่า “ทหารทุกนายอยากเรียน มทร.อีสาน ต้องได้เรียน” รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวทิ้งท้าย















