มทร.อีสาน ผนึกกำลัง อพ.สธ. เข้าพบผู้ว่าฯ โคราช ขับเคลื่อนฐานทรัพยากรท้องถิ่น 334 แห่ง ชูอัตลักษณ์พืชพื้นถิ่น เตรียมความพร้อมสู่ “พืชสวนโลก 2572”

          วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) โดย รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้แก่ รศ.ดร.บัณฑิต กฤตาคม รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย พัฒนานวัตกรรม และบริการวิชาการ, รศ.ดร.อภิชิต คำภาหล้า คณบดีคณะระบบรางและการขนส่ง และ ผศ.ดร.กุณฑิกา บุญสุภาวงศ์ หัวหน้าศูนย์ประสานงาน อพ.สธ. – มทร.อีสาน รวมถึง พลตรี วิเชฏฐ์ ปุญญบาล ที่ปรึกษา อพ.สธ. – มทร.อีสาน นายพรชัย จุฑามาศ รองผู้อำนวยการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เข้าพบ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) สนับสนุนการดำเนินงานของฐานทรัพยากรท้องถิ่นทั้ง 334 แห่ง พร้อมหารือวาง Roadmap จัดทำฐานข้อมูลพืชอัตลักษณ์ 32 อำเภอ มุ่งยกระดับทรัพยากรท้องถิ่นด้วยวิจัยและนวัตกรรม รองรับมหกรรมพืชสวนโลกปี 2572 ณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา

          สำหรับการประชุมหารือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของฐานทรัพยากรท้องถิ่นทั้ง 334 แห่ง จาก 32 อำเภอทั่วจังหวัดนครราชสีมา โดยมุ่งเน้นการจัดทำฐานข้อมูลพืชท้องถิ่นที่มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละอำเภอ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอย่างยั่งยืน ​โครงการนี้เป็นการบูรณาการ ร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาหลักในพื้นที่ ได้แก่ มทร.อีสาน และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในด้าน:

  • การวิจัยและพัฒนา : ค้นคว้าคุณประโยชน์ของพืชท้องถิ่นในเชิงลึก
  • การถ่ายทอดองค์ความรู้ : ลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ชุมชนในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ : แปรรูปทรัพยากรท้องถิ่นให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานและสร้างรายได้

          ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสนองพระราชดำริในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชเท่านั้น แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมครั้งสำคัญของจังหวัดนครราชสีมา ในการแสดงศักยภาพด้านความหลากหลายทางชีวภาพและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อรองรับการจัดงาน “มหกรรมพืชสวนโลกปี 2572” (Korat Expo 2029) ที่กำลังจะมาถึง

​          ทั้งนี้ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้รับทราบแนวทางดังกล่าวและมุ่งเป้าจะร่วมพัฒนาตามแนวทางดังกล่าวอย่างเต็มกำลัง พร้อมย้ำว่า ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัยและท้องถิ่น จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ “โคราช” กลายเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติในระดับสากล