
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา โดย รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี ได้นำคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ และสถาบันยานยนต์ไฟฟ้า ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชูชัย ต.ศิริวัฒนา ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านยานยนต์ไฟฟ้า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอนก เจริญภักดี รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ นโยบายและแผน อาจารย์ ดร.ประจวบ อินระวงค์ ผู้ช่วยอธิการบดีและผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ไฟฟ้า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ่งเพชร ก่องนอก รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษาและโครงการพิเศษ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย คล้ายคลึง ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมยานยนต์ไฟฟ้า เข้าพบ นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานสำรอง (Battery Energy Storage System: BESS) ณ สำนักงานใหญ่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย
- นางสาวจุฑารัตน์ ชูวาพิทักษ์ รองผู้ว่าการบัญชีและการเงิน
- ว่าที่เรือตรี พิศิษฐ์ พิทักษ์สงคราม ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนระบบไฟฟ้า
- นายธีรเดช ทองขวัญ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย นวัตกรรม และควบคุมคุณภาพอุปกรณ์ไฟฟ้า
- นายพิเชษฐ วงษ์เคี่ยม รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนระบบไฟฟ้า
- นายวาริช ขุนอักษร ผู้อำนวยการกองระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ
- นายกฤษณ์ ศุภคต ผู้อำนวยการกองนวัตกรรม
- นายจตุรนต์ กุศลส่ง รองผู้อำนวยการกองระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ
- นายศุภกร ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าแผนกระบบไมโครกริดและแหล่งกักเก็บพลังงาน
ขยายความร่วมมือสู่ “Smart Campus Energy Pilot” ต้นแบบพลังงานแห่งอนาคต
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการหารือ คือ การพัฒนาโครงการนำร่อง Smart Campus Energy Platform ภายในมหาวิทยาลัย โดยเป็นความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่างมหาวิทยาลัย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และภาคอุตสาหกรรมพลังงาน เพื่อวิจัย ทดลอง และพัฒนาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ (BESS) ควบคู่กับระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ พลังงานหมุนเวียน ระบบบริหารจัดการพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างต้นแบบพื้นที่ทดสอบเทคโนโลยีพลังงานจริง (Living Energy Lab) ที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ระบบขนส่งไฟฟ้า และโครงข่ายพลังงานสะอาดระดับประเทศในอนาคต รวมถึงเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้สำหรับนักศึกษา นักวิจัย และบุคลากรด้านวิศวกรรมพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า
อีกแนวทางการต่อยอดเชิงยุทธศาสตร์ของความร่วมมือด้านระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ (BESS) คือการเชื่อมโยงกับ โครงข่าย Backbone Internet และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เพื่อพัฒนา “Smart Energy–Smart Campus Platform” ที่ผสานพลังงานสะอาดเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเป็นระบบ โดย BESS จะทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำรองที่มีเสถียรภาพสำหรับ Data Center ระบบสื่อสาร เครือข่าย IoT งานวิจัยด้านยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานการเรียนการสอนยุคดิจิทัล ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าดับ เพิ่มความต่อเนื่องของบริการเครือข่าย และสนับสนุนการพัฒนามหาวิทยาลัยสู่ Smart Campus อย่างเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกัน โมเดลดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้เกิดงานวิจัยบูรณาการระหว่างพลังงานไฟฟ้า ระบบสื่อสารดิจิทัล และเทคโนโลยีสมาร์ทกริด เช่น การบริหารจัดการโหลดไฟฟ้าแบบอัจฉริยะ การใช้ AI วิเคราะห์เสถียรภาพพลังงานในระบบเครือข่ายข้อมูล การพัฒนา Cyber-Physical Energy System ตลอดจนการสร้างต้นแบบโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน–ดิจิทัลที่สามารถขยายผลสู่ภาคอุตสาหกรรม เมืองอัจฉริยะ และระบบขนส่งไฟฟ้าในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ยังได้แสดงเจตจำนงสนับสนุนการพัฒนากำลังคนด้านพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า โดยเตรียมมอบ รถบัสไฟฟ้า ให้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เพื่อใช้เป็นแพลตฟอร์มการเรียนการสอน การวิจัยและพัฒนาแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ระบบแบตเตอรี่ การชาร์จพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานสถานีอัดประจุ ตลอดจนการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพนักศึกษา นักวิจัย และบุคลากรให้พร้อมรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและระบบพลังงานสะอาดของประเทศในอนาคต
ต่อยอด Second-Life Battery สู่โครงการ BESS ยกระดับระบบพลังงานอัจฉริยะของมหาวิทยาลัย
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการผลักดันการวิจัยและพัฒนา Second-Life Battery หรือการนำแบตเตอรี่จากยานยนต์ไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพจากการใช้งานบนยานยนต์ แต่ยังมีศักยภาพในการกักเก็บพลังงาน กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ในระบบ Battery Energy Storage System (BESS) ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญของเศรษฐกิจพลังงานหมุนเวียนและการจัดการขยะอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน โดยโครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้ความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ผ่าน สถาบันยานยนต์ไฟฟ้า มทร.อีสาน, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด เพื่อสร้างต้นแบบการใช้แบตเตอรี่ครบวงจร ตั้งแต่การใช้งานซ้ำ การบริหารจัดการพลังงาน การวิเคราะห์ประสิทธิภาพแบตเตอรี่ ไปจนถึงการรีไซเคิลในระยะยาว แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา Smart Energy Ecosystem ในระดับมหาวิทยาลัยและประเทศ รวมถึงเป็นฐานการเรียนรู้และวิจัยขั้นสูง เพื่อผลิตกำลังคนและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ระบบกักเก็บพลังงาน และการจัดการพลังงานสมัยใหม่ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต
พัฒนากำลังคนและนักวิจัยเฉพาะทาง รองรับอุตสาหกรรมพลังงานใหม่
นอกจากนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังได้หารือแนวทางสนับสนุนการสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านระบบพลังงานสมัยใหม่ โดยมีแนวคิดสนับสนุนทุนการศึกษาวิจัยให้แก่นักวิจัยและนักศึกษาของมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านระบบกักเก็บพลังงาน แบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพบุคลากรไทยให้สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมพลังงานและเทคโนโลยีขั้นสูงได้ในระดับสากล
เชิดชูศิษย์เก่า มทร.อีสาน ผู้สร้างคุณูปการด้านพลังงานประเทศ
ในโอกาสเดียวกันนี้ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในฐานะศิษย์เก่าผู้สร้างคุณูปการต่อประเทศ เพื่อเชิดชูบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานไฟฟ้า เสริมความมั่นคงด้านพลังงานของชาติ ตลอดจนการผลักดันการพัฒนาระบบพลังงานสมัยใหม่ที่สอดรับทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีไฟฟ้าแห่งอนาคต ซึ่งสะท้อนศักยภาพของศิษย์เก่าที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นแรงบันดาลใจแก่บุคลากรและนักศึกษารุ่นใหม่ในการสร้างคุณค่าให้สังคมต่อไป
สถาบันยานยนต์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนภารกิจ EV–Energy ครบวงจร
บทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือครั้งนี้ดำเนินผ่าน สถาบันยานยนต์ไฟฟ้า มทร.อีสาน ซึ่งมุ่งพัฒนาการเรียนการสอน งานวิจัย และนวัตกรรมด้านยานยนต์ไฟฟ้า ระบบแบตเตอรี่ ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานอัจฉริยะ โดยเน้นการบูรณาการกับภาคอุตสาหกรรมจริง เพื่อผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงและสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจพลังงานสะอาดของประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการบูรณาการระหว่างภาคการศึกษา หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีพลังงานใหม่ เพื่อผลักดันระบบกักเก็บพลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน ยานยนต์ไฟฟ้า และการพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ความมั่นคงด้านพลังงาน และความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกอย่างยั่งยืน




















ภาพ – นางสาวธัญชนก ศรีละบุตร
ข่าว – นางสาวพนิตพิชา บวรรชฏเดชา