
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มอบหมายให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอนก เจริญภักดี รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์นโยบายและแผน เป็นวิทยากรในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การทบทวนแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย ราชภัฏนครสวรรค์ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2568” เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอนก เจริญภักดี รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์นโยบายและแผน ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัย กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน” โดยได้นำเสนอศักยภาพอันโดดเด่นจากยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน สู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2565 – 2569) ผ่านความสำเร็จในการขับเคลื่อนจุดเน้นเชิงยุทธศาสตร์ Cluster ที่ 1) Logistics ด้านระบบราง (Rail System) ซึ่งเป็น University Strategy (Unique) และด้านยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) “ระบบราง (Rail System) เป็นจุดแข็งและเอกลักษณ์เฉพาะของ มทืร.อีสาน หรือที่เราเรียกว่า University Strategy (Unique) เรามีความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ โครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนานวัตกรรมระบบรางเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ในขณะที่ด้านยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV นั้น มทร.อีสาน มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ การวิจัย และการผลิตบุคลากรในสายวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติด้านพลังงานสะอาดและการลดคาร์บอนอย่างยั่งยืน โดยจากยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน มุ่งเป้า และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง มทร.อีสาน จึงสามารถเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนถึงการวางแผนยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับบริบทของประเทศ ได้รับความไว้วางใจในระดับสากลผ่านบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับภาคีเครือข่ายจากต่างประเทศ อาทิ CRRC Nanjing Puzhen Co., Ltd. ผู้นำด้านระบบรางมาตรฐานระดับโลก รวมทั้ง Chelove International Education Group Co., Ltd. และ GAC AION ผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน สามารถพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างรอบด้าน ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ พร้อมเป็นต้นแบบของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเชิงรุก ที่เชื่อมโยงกับความต้องการของยุคใหม่อย่างแท้จริง”


นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอนก เจริญภักดี รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์นโยบายและแผน ยังได้ร่วมอภิปราย เรื่อง ฐานคิดการบริหารจัดการและการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การพัฒนาของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ (Paradigm Shift of NSRU 2025) ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ในระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) โดยการแลกเปลี่ยนในประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ การเสริมสร้างฐานรากและสร้างสมรรถนะใหม่ (Strengthening Foundations and New Competencies) การก้าวกระโดดแบบพลิกโฉม (Take off & Going Upside Down) การมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน (Driving Sustainable Future Growth) เพื่อการสร้างโอกาสและปรับบทบาทใหม่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ สู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยการเพิ่มผลิตภาพ (Towards Quality Growth Based on Productivity Improvement โดยได้เน้นย้ำถึงการเชื่อมโยงของ มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 และกลุ่ม 3 กับแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานสามารถทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลางขององค์ความรู้เชิงเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์” ที่เชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 และ 3 เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย โดยอาศัยความร่วมมือในลักษณะ เครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ (Systemic Transformation Network) ในด้านต่าง ๆ ดังนี้
- การบูรณาการยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาพื้นที่ โดย มทร.อีสาน มีจุดเน้นเชิงยุทธศาสตร์ด้านระบบราง และ EV ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 และ 3 ผ่านการพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการจัดอบรมวิชาชีพในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยกลุ่ม 3 เพื่อให้ชุมชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และนวัตกรรมที่เหมาะสม
- การพัฒนาหลักสูตรร่วมและการแลกเปลี่ยนทรัพยากรวิชาการ โดย มทร.อีสาน สามารถทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 เพื่อร่วมพัฒนาหลักสูตร หรือจัดโครงการฝึกอบรมในสาขาโลจิสติกส์และพลังงาน ซึ่งจะเสริมสร้างความสามารถของกลุ่ม 3 ในการจัดการศึกษาเพื่อท้องถิ่น
- การสร้างภาคีเครือข่ายวิจัยและบริการวิชาการ ความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศของ มทร.อีสาน ซึ่งมีความพร้อมเป็นฐานร่วมที่สามารถเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 และ 3 เข้าถึงทุนวิจัยระหว่างประเทศ หรือร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม
- การสนับสนุนวิชาการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน จากศักยภาพและองค์ความรู้ด้านระบบรางและ EV ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในภาคอุตสาหกรรม แต่สามารถประยุกต์ใช้กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระดับชุมชน




พนิตพิชา บวรรชฏเดชา / ข่าว