มทร.อีสาน เปิดวิสัยทัศน์ผ่าน NBT ชู EV RMUTI Station ต้นแบบโครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ สร้างคน สร้างนวัตกรรม สู่อนาคตยานยนต์ไฟฟ้าไทย

วันที่ 11 มิถุนายน 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มอบหมายให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอนก เจริญภักดี รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ นโยบายและแผน ให้สัมภาษณ์ในรายการ “รอบภูมิภาค” ตอน “ชาร์จพลังงานแห่งอนาคต สร้างคน สร้างนวัตกรรม” ของสถานีโทรทัศน์ NBT ณ EV RMUTI Station สถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าด้วยระบบชาร์จอัจฉริยะพร้อมระบบโซล่าเซลล์ สถาบันยานยนต์ไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา โดยนำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอนก เจริญภักดี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ควบคู่กับการผลิตกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม EV ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ โดยการพัฒนา EV RMUTI Station ไม่ได้เป็นเพียงสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ ห้องปฏิบัติการมีชีวิต (Living Laboratory) และพื้นที่สำหรับการวิจัย พัฒนา และทดสอบนวัตกรรมด้านพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า

ทั้งนี้ สถานีชาร์จดังกล่าวได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีพลังงานสะอาด โดยนำพลังงานจากระบบโซลาร์เซลล์มาใช้ร่วมกับระบบชาร์จ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนรองรับแนวทาง Net Zero Carbon Emission ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังมุ่งพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอน และงานวิจัยด้านยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากโครงสร้างพื้นฐานจริง สามารถฝึกปฏิบัติ ทดลอง และพัฒนานวัตกรรมร่วมกับภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยยกระดับทักษะและสมรรถนะของกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอนก เจริญภักดี กล่าวเพิ่มเติมว่า มทร.อีสาน พร้อมขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายพันธมิตรด้านยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อร่วมกันพัฒนากำลังคน งานวิจัย และนวัตกรรม ตลอดจนสร้างระบบนิเวศด้าน EV ที่เข้มแข็ง อันจะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคต่อไป

การให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานในการเป็นสถาบันการศึกษาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคน งานวิจัย และโครงสร้างพื้นฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างยั่งยืน