มทร.อีสาน ผนึกกำลัง 9 มทร. และเครือข่ายอุดมศึกษาเสนอ “สมุดปกขาว – ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์” ต่อ รมว.อว.มุ่งพลิกโฉมมหาวิทยาลัยเป็นโครงสร้างพื้นฐานขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติ

          วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569 รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์ และรศ.ดร.สมหมาย ผิวสะอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี เป็นผู้แทนจากที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) พร้อมด้วย ผู้แทนจากที่ประชุมอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) และผู้แทนจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เข้าพบ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ณ ห้องรับรองสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  กรุงเทพมหานคร

โดยการเข้าพบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอ “สมุดปกขาวยุทธศาสตร์ 9 มทร. พ.ศ. 2570 – 2574” และ ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ “พลังอุดมศึกษาไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติ” มุ่งเป้ายกระดับมหาวิทยาลัยสู่ โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ของชาติ โดยชู 3 ยุทธศาสตร์หลัก พลิกโฉมกลุ่มราชมงคล 5 ปีข้างหน้า โดยได้ร่างสมุดปกขาวระบุแนวทางการปรับเปลี่ยนบทบาทมหาวิทยาลัยเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายระดับโลกและเป้าหมายของประเทศ ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่

1. การพัฒนาสมรรถนะกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติและนวัตกรที่มีทักษะขั้นสูง ตอบสนองกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตั้งเป้าผลิตกำลังคนกว่า 40,000 คนต่อปี

2. การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม การวิจัย และพัฒนาองค์ความรู้เชิงประยุกต์สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสังคม เน้นการสร้างทรัพย์สินทางปัญญาและเทคโนโลยีที่ใช้จริงได้

3. การปฏิรูปสู่องค์กรอัจฉริยะ (Smart Organization) พัฒนาระบบฐานข้อมูลบูรณาการ “One RMUT Platform” เพื่อบริหารจัดการข้อมูลผู้เรียน (E-Portfolio) บุคลากร และงานวิจัยร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

          ทั้งนี้  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทั้ง 9 แห่ง ได้กำหนดโครงการนำร่องผ่าน 6 คลัสเตอร์ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและกระทรวง อว. ได้แก่ ด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV): เตรียมคนและเทคโนโลยีรองรับไทยสู่ศูนย์กลางการผลิต EV ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI): พัฒนาทักษะ AI 4 ระดับ ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงนวัตกร ด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง: เสริมศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ด้านการแพทย์ขั้นสูงและ Health Tech: บูรณาการ AI และเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อสังคมสูงวัย ด้านการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition): มุ่งเน้นพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีกรีนไฮโดรเจน และด้านความยั่งยืนและเมืองอัจฉริยะ (Smart City): ขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำและ Net Zero

          นอกนี้ ยังได้นำเสนอ ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์เพื่อแก้ “วิกฤตเชิงโครงสร้าง” ของประเทศ โดยเป็นการ ร่วมกัน กลุ่ม 4 เครือข่ายที่ประชุมอธิการบดี (ทปอ., มรภ., มทร. และ สสอท.) ซึ่งมีหมุดหมายสำคัญ ได้แก่

          1. Paradigm Shift: เปลี่ยนจาก “ผู้ผลิตบัณฑิต” (Degree Provider) เป็น “มหาวิทยาลัยที่เติบโตจากคุณค่าใหม่” (New Growth University)

          2. Triple Helix: ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย ผ่านกลไกที่ตอบสนองวิกฤตอย่างทันท่วงที

          3. วิจัยที่ไปไกลกว่าการตีพิมพ์: เน้นการสร้างต้นแบบและการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อสร้าง University Spin-offs และ Startup

          4. ระบบคลังหน่วยกิต (Credit Bank): ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการสะสมสมรรถนะ (Competency Wallet) เพื่อให้ผู้เรียนมีงานทำทันที

          การเข้าพบรัฐมนตรี อว. ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มราชมงคลในการแสดงความเป็นเอกภาพและพลังขับเคลื่อน เพื่อนำไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางและยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ฐานนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

วราภรณ์ นามบุตร /ข่าว

ไพฑูรย์ เคนท้าว / ภาพ