มทร.อีสาน–มทร.ตะวันออก ผนึกกำลังวิทยาลัยเทคนิคเมืองจูไห่ ขยายความร่วมมือไทย–จีน มุ่งพัฒนากำลังคน เทคโนโลยี และทักษะวิชาชีพ

          วันที่ 29 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) พร้อมด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก จัดพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือผ่านระบบออนไลน์ ร่วมกับ วิทยาลัยเทคนิคเมืองจูไห่ (Zhuhai Technical College: ZTC) สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะวิชาชีพ และการพัฒนากำลังคน ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับภาคอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศ

          ในการนี้ มีคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานเข้าร่วมพิธี ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ระบิล พ้นภัย รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ รองศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต กฤตาคม รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย พัฒนานวัตกรรม และบริการวิชาการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฉกาจ เชื่อดี ผู้ช่วยอธิการบดี รองศาสตราจารย์ ดร.เชิดศักดิ์ สุขศิริพัฒนพงศ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี รองศาสตราจารย์ ดร.อภิชิต คำภาหล้า คณบดีคณะระบบรางและการขนส่ง และ อาจารย์ ดร.อนิรุธ พิพัฒน์ประภา คณบดีคณะบริหารธุรกิจ

          พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ฆณการ ภัณณิพงส์ รองอธิการบดี ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก และคณะผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ตลอดจนผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมพิธีลงนามและร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมี กงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว และ ผู้อำนวยการสำนักงานการต่างประเทศเมืองจูไห่ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี สะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ และการพัฒนากำลังคนระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน

          รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการจัดการศึกษาของ มทร.อีสาน คือ “การพัฒนาคน” โดยมุ่งพัฒนานักศึกษาให้มีทั้งความรู้ ทักษะ และสมรรถนะสูง สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง และตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม พร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

          ในแนวทางดังกล่าว มทร.อีสานให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาของเมืองจูไห่ โดยมองว่าความร่วมมือไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมิติด้านการศึกษา แต่เป็นการสร้างระบบเชื่อมโยง “การศึกษา – คน – ทักษะ – เทคโนโลยี – ภาคอุตสาหกรรม” เพื่อให้แต่ละภาคส่วนสามารถสนับสนุนและเติมเต็มซึ่งกันและกัน และนำไปสู่การพัฒนากำลังคนที่สอดคล้องกับบริบทของโลกการทำงานในปัจจุบัน

          หนึ่งในแนวทางความร่วมมือที่ มทร.อีสานให้ความสำคัญ คือ การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะกำลังแรงงานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ของประเทศไทย เพื่อยกระดับทักษะและสมรรถนะของกำลังคนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือและองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษาของทั้งสองประเทศ

          ขณะเดียวกัน ยังมุ่งส่งเสริม การแลกเปลี่ยนนักเรียนและนักศึกษา ระหว่าง มทร.อีสานกับวิทยาลัยเทคนิคเมืองจูไห่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งด้านวิชาการ ทักษะวิชาชีพ เทคโนโลยี ตลอดจนประสบการณ์และวัฒนธรรมการทำงานของทั้งสองประเทศ อันจะช่วยเสริมสร้างทักษะการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายและเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในระดับนานาชาติ

          รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต กล่าวเพิ่มเติมว่า การเชื่อมโยงการศึกษากับการพัฒนาคน และเชื่อมโยงคนเข้ากับภาคอุตสาหกรรม จะช่วยสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ขณะเดียวกันยังเป็นการสร้างโอกาสใหม่ให้แก่นักศึกษา สถานประกอบการ และสถาบันการศึกษาของทั้งสองประเทศ โดยความร่วมมือจะมุ่งเน้นการนำองค์ความรู้และทักษะไปใช้ประโยชน์ได้จริง

          สำหรับกรอบความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ครอบคลุม การแลกเปลี่ยนนักเรียน นักศึกษา และบุคลากร การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะวิชาชีพ การศึกษาดูงาน การจัดการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ การพัฒนาหลักสูตร ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ รวมถึงความร่วมมือด้าน การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การอาชีวศึกษา การจัดประชุมและสัมมนาทางวิชาการ การแข่งขันทักษะ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

          นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังมีแนวทางส่งเสริมการดำเนินโครงการวิจัยประยุกต์ การพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยี การนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์จริง ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่าง สถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ผ่านการบริการทางเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และโครงการความร่วมมือในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้การจัดการศึกษาสามารถตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม

          การลงนามข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมุ่งต่อยอดจาก “ความร่วมมือ” สู่ “การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม” ทั้งด้านการพัฒนากำลังคน การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะ การแลกเปลี่ยนนักเรียนและนักศึกษา การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี ตลอดจนการสร้างความเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันยกระดับ คุณภาพการศึกษาและเสริมสร้างศักยภาพกำลังคนของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง